Archive for February, 2009

ฉันอยากฟ้องหย่าสามีชาวต่างชาติ ดิฉันอยากได้รับคำแนะนำจากทนายความที่ทำคดีหย่า ว่าดิฉันควรทำอย่างไรดี

Tuesday, February 24th, 2009

คำถาม : ฉันอยากฟ้องหย่าสามีชาวต่างชาติ ดิฉันอยากได้รับคำแนะนำจากทนายความที่ทำคดีหย่า ว่าดิฉันควรทำอย่างไรดี

คำตอบ : การหย่าของสามีภริยาที่มีสัญชาติต่างกันเป็นเรื่องพิเศษและจะยากกว่าสามีภริยาที่มีสัญชาติเดียวกัน เหตุผลที่ยากกว่าเพราะมีโอกาสที่มีเขตอำนาจศาลสองประเทศ และกฎหมายของสองประเทศจะไม่เหมือนกัน ตอนที่จะตัดสินใจว่าจะยื่นคำฟ้องหย่าที่ประเทศไหนต้องเช็คหลายๆเรื่อง เรื่องที่ 1 และเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดคือ ประเทศอะไรเป็นเขตอำนาจศาล เขตอำนาจศาลคือ อำนาจของศาลที่จะฟ้องคดีและออกคำสั่ง ปกติเขตอำนาจศาลจะแล้วแต่ถิ่นที่อยู่ของผู้ฟ้องหรือจำเลย หรือที่ตั้งของทรัพย์สิน หรือสถานที่ที่มูลคดีเกิด เช่น ถ้าสองคนอยู่ที่ประเทศไทยและทำงานที่ประเทศไทยมานานแล้วเขตอำนาจศาลอาจจะอยู่ที่ประเทศไทย แต่ถ้าหากว่าฝ่ายหนึ่งในคู่สมรสอยู่ที่ประเทศอื่นหลายเดือนหรือหลายปีแล้วบางทีคุณจะมีโอกาศที่จะมีเขตอำนาจศาลของศาลของสองประเทศ และต้องตัดสินใจเลือกเขตอำนาจศาล

ถ้ามีทางเลือกระหว่างศาลของสองประเทศ มีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา คือ สามีอยู่ที่ประเทศไหน ทรัพย์สินของสามีและของคุณอยู่ที่ไหน ทรัพย์สินสมรส และลูกของคู่สมรสอยู่ที่ไหน ถ้าทรัพย์สิน ลูกและสามีอยู่ที่ประเทศอื่น และถ้าคุณอยากฟ้องนอกจากที่ที่สามีมีทรัพย์สินหรือสถานที่ที่ลูกอยู่ บางทีคำฟ้องจะไม่มีประโยชน์ ปกติคำสั่งที่จะสามารถใช้บังคับได้ จะเป็นคำสั่งที่บังคับที่ประเทศที่ออกคำสั่งนั้น ดังนั้นคุณจึงต้องใช้ความคิดดีๆว่าจะคุณยื่นคำฟ้องที่ศาลไหน

กฎหมายของสองประเทศถ้าคู่สมรสไม่ตกลงที่จะหย่า ที่ประเทศไทยต้องมีเหตุหย่าแต่ที่ยุโรป หรือ สหรัฐอเมริกา ศาลส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็นที่จะขอเหตุหย่า ใครฟ้องใครเกี่ยวกับการหย่าก็ได้

มีหลายๆเรื่องที่ต้องคิดถ้าจะฟ้องหย่าคู่สมรสที่ประเทศต่างกัน เรื่องที่ 1. คือ เขตอำนาจศาล 2. ลูก ทรัพย์สิน และก็  สาระสำคัญของคดีอยู่ในประเทศไหน 3. ความจำเป็น เครื่อข่าย และความจำเป็นของสองประเทศถ้ามีทางเลือก และยังมีเรื่องอื่นๆอีกด้วย ปกติเรื่องนี้เป็นกฎหมายเฉพาะมาก คุณควรหาทนายความที่มีความชำนาญเฉพาะในเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับคำฟ้องหย่าระหว่างประเทศเพราะเป็นเรื่องที่พิเศษมากและต้องพิจารณาหลายๆประเด็นเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ที่ดี่ที่สุดกับคุณ

สามีของฉันให้ฉันเซ็นสัญญาแยกทรัพย์สิน ฉันกำลังจะเลิกกับเขาแต่ขณะนี้เรายังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากัน ฉันอยากทราบว่าฉันสามารถยกเลิกสัญญาที่สามีทำได้หรือไม่คะ

Tuesday, February 24th, 2009

คำถาม : สามีของฉันให้ฉันเซ็นสัญญาแยกทรัพย์สิน ฉันกำลังจะเลิกกับเขาแต่ขณะนี้เรายังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากัน ฉันอยากทราบว่าฉันสามารถยกเลิกสัญญาที่สามีทำได้หรือไม่คะ

คำตอบ : เป็นไปได้ว่าคุณสามารถที่จะบอกเลิกสัญญาซึ่งกฎหมายได้กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ว่า “สัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินใดที่สามีภริยาได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยากันนั้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกล้างเสียในเวลาใดที่เป็นสามีภริยากันอยู่หรือภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยากันก็ได้” จากคำถามของคุณดิฉันเข้าใจว่าคุณเซ็นสัญญาระหว่างที่แต่งงานเป็นสามีภริยากัน ดังนั้นถ้าสามีของคุณให้คุณทำสัญญาแยกทรัพย์สินในระหว่างที่แต่งงาน โดยปกติแล้วตามกฎหมายคุณอาจจะยกเลิกสัญญาที่สามีคุณทำได้คะ โดยการบอกล้างสัญญานี้ในเวลาที่ยังเป็นสามีภริยากันอยู่ หรือ ถ้าหากว่าภายหลังคุณได้จดทะเบียนหย่ากับสามีแล้วก็จะต้องบอกล้างภายในกำหนดเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่คุณได้จดทะเบียนหย่า

 ตามกฎหมายมีข้อเท็จจริงที่ศาลต้องพิจารณาหลายประเด็น เช่น ในขณะที่คุณทำสัญญาคุณถูกสามีบังคับ หรือคุณทำด้วยความยินยอม สภาพจิตใจของคุณในขณะที่เข้าทำสัญญาปกติ หรือผิดปกติอย่างไร และข้อเท็จจริงอื่นๆซึ่งต้องนำมาพิจารณาประกอบกัน

 อย่างไรก็ตามคุณควรจะนำสัญญาไปให้ทนายความตรวจดูโดยละเอียดเสียก่อนที่จะตัดสินใจ เพราะถ้าหากว่าข้อเท็จจริงมีการเปลี่ยนแปลงการวินิจฉัยก็จะแตกต่างออกไปด้วย และทนายความก็จะได้ให้คำปรึกษาและเลือกหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาให้กับคุณ เพราะจากข้อเท็จจริงที่คุณเขียนมานั้นอาจจะน้อยเกินไป ดังนั้นทนายจึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้ทราบข้อเท็จจจริงอย่างเต็มที่เพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาและช่วยเหลือคุณต่อไป

ดิฉันเพิ่งจดทะเบียนหย่ากับสามี อยากรู้ว่าฉันจะเปลี่ยนคำนำหน้าจากนางเป็นนางสาวอีกได้หรือไม่คะ ?

Sunday, February 15th, 2009

คำถาม : ดิฉันเพิ่งจดทะเบียนหย่ากับสามี อยากรู้ว่าฉันจะเปลี่ยนคำนำหน้าจากนางเป็นนางสาวอีกได้หรือไม่คะ ?
คำตอบ : ได้ค่ะ เพราะปัจจุบันได้มีการแก้ไขกฎหมายในส่วนของคำนำหน้านาม ในกรณีที่มีการหย่าร้างทำให้การสมรสสิ้นสุดลง ฝ่ายหญิงจะใช้คำนำหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ตามความสมัครใจ โดยแจ้งต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอค่ะ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2551 เป็น     ต้นไป

นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวยังให้สิทธิเพิ่มเติมสำหรับผู้หญิง ในกรณีที่ได้จดทะเบียนสมรส หรือจดทะเบียนหย่าก่อน วันที่กฎหมายบังคับใช้ โดยฝ่ายหญิงก็สามารถที่จะเปลี่ยนคำนำหน้านามจาก “นาง” เป็น “นางสาว” ก็ได้เช่นเดียวกัน แต่จะต้องดำเนินการยื่นคำขอแก้ไขที่สำนักงานเขตที่ฝ่ายหญิงมีชื่ออยู่ทางทะเบียนก่อน

ฉันไม่ได้ไปทำงานประมาณ 4 อาทิตย์แล้ว อยากรู้ว่าถ้านายจ้างไล่ฉันออก ฉันสามารถที่จะฟ้องนายจ้างได้หรือไม่คะ ?

Monday, February 2nd, 2009

คำถาม : ฉันไม่ได้ไปทำงานประมาณ 4 อาทิตย์แล้ว อยากรู้ว่าถ้านายจ้างไล่ฉันออก ฉันสามารถที่จะฟ้องนายจ้างได้หรือไม่คะ ?
คำตอบ : กรณีดังกล่าวดิฉันไม่ทราบข้อเท็จจริงแน่ชัดว่าคุณไม่ได้ไปทำงานด้วยเหตุผลใด แต่ถ้าไม่ไปทำงาน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรแล้วนั้น คุณไม่สามารถที่จะฟ้องนายจ้างได้ เนื่องจากเป็นกรณีที่คุณละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันสมควรซึ่งนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างได้เต็มที่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 (5) ที่กำหนดไว้ว่า นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีที่ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควรค่ะ