คำร้องที่พบบ่อยที่เราได้รับจากคนอเริกัน คือ ต้องการรับหลานชายหรือหลานสาวของพวกเขาเป็นบุตรบุญธรรม มีกฎหมาย 2 ระบบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ได้แก่
1) กฎหมายไทยเรื่องการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
2) กฎหมายคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกา
ในกฎหมาย 2 ระบบนี้ กฎหมายคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกาเป็นอุปสรรคมากกว่า ในเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อบังคับให้ต้องมีของการทดสอบความเป็นเด็กกำพร้า
กฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐแบ่งคนออกเป็นชาติต่างๆ ซึ่งต้องลงนามในสนธิสัญญา Hague เกี่ยวกับการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หากชาติใดไม่ลงนามในสนธิสัญญาฉบับนี้จะต้องผ่านกระบวนการทดสอบความเป็นเด็กกำพร้า ในกรณีที่จะตัดสินว่าเด็กคนไหนกำพร้าหรือไม่นั้นต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายของสหรัฐอเมริกา สำหรับกฎหมายไทยกำหนดว่าเด็กต้องไม่มีพ่อแม่ หรือมีเพียงคนใดคนหนึ่งและบุคคลนั้นไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กได้ นอกจากนี้บุคคลนั้นต้องให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย ทั้งนี้เด็กต้องอายุต่ำกว่า 16 ปีในขณะรับเป็นบุตรบุญธรรม หรืออายุ 16 หรือ 17 ปี ในกรณีที่เด็กเป็นพี่น้องของเด็กซึ่งถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมหรือจะถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมซึ่งอายุต่ำกว่า 16 ปี ที่มีพ่อแม่บุญธรรมคนเดียวกัน
พ่อแม่บุญธรรมต้องแต่งงานกับคนสหรัฐอเมริกาหรือไม่ได้แต่งงาน และมีอายุ 25 ปีขึ้นไป โดยพ่อแม่บุญธรรมจะต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้ดูแลเด็กเพื่อเข้าสู่กระบวนการของสหรัฐอเมริกาต่อไป
คนสหรัฐอเมริกามีความเชื่อที่ผิดว่า พวกเขาสามารถนำพาเด็กไทยกลับประเทศได้ แต่อันที่จริงแล้วการทำเช่นนั้นต้องดำเนินการตาม USCIS ก่อน โดย USCIS จะเป็นผู้บอกว่าเด็กคนนั้นกำพร้าจริงหรือไม่ โดยดูจากข้อกำหนดที่กฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกากำหนดให้ต้องมี
ผู้ที่มีประสบการณ์น้อยอาจต้องผิดหวังในการดำเนินกระบวนการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมของประเทศไทย เด็กที่ถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมอาจถูกปฏิเสธวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้พ่อแม่บุญธรรมต้องให้ความเอาใจใส่กับข้อกำหนดที่กฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาบังคับให้ต้องมี