Archive for August, 2010

การเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา และ การหย่าร้าง

Thursday, August 19th, 2010

การสมรสสามารถทำให้เครียดพอแล้ว อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์เล็กน้อย ก็อาจจะพยายามได้ดีกว่าการหย่า  ดังนั้น  ทำในสิ่งที่ถูกต้องและเข้าใจระบบก่อนที่จะผูกปม สามารถป้องกันปัญหาที่จะตามมาได้

การสมรสระหว่าง คนสัญชาติสหรัฐอเมริกาและสัญชาติไทย กลายเป็นสิ่งที่ธรรมดา  และประเด็นคือ คู่แต่งงานมักจะวางแผนที่จะใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกา  ในการทำสิ่งนี้  โชคร้ายที่ต้องใช้การติดต่อผ่านทางเอกสารราชการเป็นส่วนใหญ่ โดยปกติแล้ว ตราบเท่ากับมีการสมรสที่แท้จริง และไม่มีอุปสรรคก่อนที่จะเข้าเมือง คู่สมรสไทย โดยปกติจะอาศัยในสหรัฐอเมริกาได้  และถึงแม้ทุกสิ่งจะจบลงอย่างเลวร้าย พวกเขาก็ยังคงได้รับอนุญาตให้ยังคงอยู่ต่อได้

ตัวเลือกวีซ่าอเมริกาของไทยที่หลากหลาย

สำหรับคู่สมรสชาวไทยของคนสัญชาติอเมริกาที่คิดถึงการเข้าเมืองสหรัฐ  มีทางเลือกหลักในการขอวีซ่าเมริกาสองทางคือ วีซ่าคู่หมั้น (K1 visa Fiancée) และวีซ่าแต่งงาน (K3 visa Marriage) ทั้งสองมีขั้นตอนและเงื่อนไข คือ
วีซ่าคู่หมั้น (K1 visa Fiancée) ขั้นตอน คือ มันรวดเร็วในการได้รับ และอนุญาตให้อยู่ชั่วคราวในสหรัฐอเมริกา
วีซ่าแต่งงาน (K3 visa Marriage) มันถูกกว่า ขึ้นอยู่กับการแต่งงานในประเทศไทย อนุญาตให้เดินทางได้โดยง่าย

การได้วีซ่า K1 หรือ K3 หมายความว่าแฟนคนไทย จะได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐอเมริกา  แต่ถ้าการสมรสล้มเหลวลง พวกเขาจะต้องตรงกลับบ้านเลยรึเปล่า? ไม่จำเป็น
ถ้าการสมรสมีระยะเวลานานพอสมควร (โดยทั่วไปแล้ว 2 ปี) และทางราชการ เชื่อในความสัมพันธ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่นนั้น คู่สมรสไทย อาจจะสามารถอยู่ต่อในสหรัฐได้ ภายใต้เงื่อนไขที่แน่นอน

เงื่อนไขการอยู่อาศัย
สิ่งแรกที่คู่สมรสชาวไทยโดยวีซ่าแต่งงาน K3 จะได้รับเมื่อพวกเขาเข้าสู่สหรัฐ คือ “เงื่อนไข”
การอาศัยอยู่ถาวร ครองการสมรส ที่เกิดขึ้น ภายในระยะเวลาผ่านมาแล้ว2ปี ส่วนสำคัญนี้คือ “เงื่อนไข”

หลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นได้ สามารถนำไปสู่ การที่คู่สมรสจะถูกเนรเทศ
พนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะรู้สึกว่าคู่สมรสชาวไทยอยู่ในอเมริกาโดยการฉ้อฉล หรือโดยการแต่งงานที่หลอกลวง  การอนุญาตให้อยู่อาจถูกคัดค้าน บุตรของคู่สมรสชาวไทย ในวีซ่า K4ก็จะได้รับความเสียหายอันเป็นผลจากกฎหมายคนเข้าเมืองด้วย

ทำการหย่า =การเนรเทศ?

การหย่าภายในระยะเวลา 2 ปี  มักจะเป็นการสิ้นสุดสถานะตามเงื่อนไขของคู่สมรสไทย ถ้านี่เป็นสภาพการณ์เลวร้าย ที่เกิดขึ้น มันก็สำคัญมากที่จะต้องพูดคุยกับ
นักกฎหมายเข้าเมืองของสหรัฐ  ปัจจัยที่สนับสนุน จะช่วยเป็นหลักฐาน ที่จะสนับสนุน ให้คู่สมรสไทยได้อยู่ในสหรัฐต่อไป  ตัวอย่างเช่น
- ถ้าคู่สมรสต่างชาติสามารถแสดงถึงการแต่งงานที่แท้จริงได้
- ถ้ามีบุตร เกิดขึ้นจากการแต่งงาน
- ถ้าคู่สมรสมีทรัพย์สินร่วมกัน
- ถ้าคู่สมรสชาวไทยถูกกระทำทารุณทางร่างกายระหว่างแต่งงาน
-ถ้าการเนรเทศ จะหมายถึงการเผชิญหน้ากับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส
ถ้าครบ2ปีแล้ว สำหรับคู่สมรสชาวต่างชาติของพลเมืองอเมริกา มันเป็นไปได้ที่จะ ได้สถานะการอยู่อาศัยถาวร และได้สถานะพลเมืองภายใน 3 ปี (โดยปกติคุณจะต้องรอถึง5ปี)
ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนั้นก็ยังคงต้องไปพบนักกฎหมายด้วย

ฉ้อโกงและทารุณกรรม
ถ้าพลเมืองสหรัฐคิดว่าตัวเองถูกหลอกให้แต่งงานด้วย เพื่อที่คู่หมั่นของพวกเค้าจะได้รับวีซ่า K3 ในประเทศไทยและได้รับกรีนการ์ดต่อมาเมื่อแต่งงานซึ่งเป็นขั้นตอนที่สามารถทำได้ ในอีกด้านหนึ่ง พลเมืองสหรัฐ ถือตามหลักแล้วก็สามารถฟ้องอาญาได้ถ้าพวกเขารู้ว่าการแต่งงานนั้นหลอกลวง
ความผิดฐานนี้เป็นบทหนัก และการดำเนินคดีตามกฎหมายก็เกิดจากสาเหตุทั่วไป

ถ้าคู่สมรสชาวไทยถูกทำร้ายเมื่อการสมรสเกิดขึ้นแล้ว เธอก็จะมีคุณสมบัติสำหรับการปฎิบัติอย่างพิเศษในสหรัฐ ต้องขอบคุณ พระราชบัญญัติป้องกันการทำร้ายหญิงเข้าเมือง

การหย่าในอเมริกา ไม่ได้ หมายความว่า คู่สมรสชาวไทย จะต้องเก็บกระเป๋าทันที  แต่มันหมายความว่าพวกเขาจะต้องรู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง

การปฏิเสธวีซ่าอเมริกา เนื่องจากการค้าประเวณีมีจำนวนเพิ่มขึ้น?

Tuesday, August 17th, 2010

จากประสบการณ์มากกว่า 20 ปีของเรา ในเรื่องวีซ่าและคนเข้าเมืองจากประเทศไทย  เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงระเบียบการเชิงนโยบายหลายครั้ง  ในการปกครองก่อนหน้านี้คำถามเกี่ยวกับ สถานะของ bar girl หรือ escort ในการขอวีซ่าสหรัฐอเมริกาของประเทศไทยมีค่อนข้างต่ำ   อย่างไรก็ตาม ประมาณช่วงเวลาเริ่มต้นของรัฐบาลกลางใหม่ ในปี 2008 พวกเราได้รับแจ้งรายงานเพิ่มขึ้นจากนักกฏหมายและที่ปรึกษากฎหมายด้านวีซ่าเกี่ยวกับกรณีที่สถานทูตอเมริกายึดมั่นในหลักการต่อต้านหญิงไทยที่ถูกสงสัยว่าจะพัวพันกับการค้าประเวณี

เหตุของการค้าประเวณี

เนื่องจากพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐอเมริกา ทำให้มีเหตุที่จะสามารถปฎิเสธการให้วีซ่าอเมริกาหลายประการ  มากกว่า 10 ปีที่ผ่านมา มีเหตุในการปฏิเสธเพียงประการเดียวเท่านั้น คือ เข้ามาในสหรัฐอเมริกา อย่างโดดเดี่ยว, ด้วยตัวเอง หรือเป็นประจำเพื่อเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี หรือ เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีภายใน10ปี นับแต่วันที่ยื่นขอวีซ่า ได้รับการยอมรับวีซ่า หรือปรับเปลี่ยนสถานะ

ตามสถิติทั่วโลกในปี 2009  บุคคล 44 คนถูกปฎิเสธวีซ่า เนื่องจากเหตุผลที่เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวพันกับการค้าประเวณี และ9คนจากทั้งหมด ที่ถูกปฎิเสธด้วยเหตุนี้ ต่อมาภายหลังได้รับเอกสารแสดงการสละสิทธิ์ จาก 2.5 ล้านของการปฏิเสธวีซ่าจากทั่วโลก การปฏิเสธด้วยเหตุผลของการค้าประเวณี เป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อย สิ่งที่ทำให้สถิติแท้จริงไม่ปรากฎก็เพราะ หลายคู่จะละทิ้งการขอวีซ่ามากกว่าจะรอให้ถูกปฎิเสธ

การเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์ของสถานทูต

สถานทูตอเมริกาในกรุงเทพทำการสัมภาษณ์ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากพลเมืองอเมริกา และสมัครเพื่อเข้าสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าคู่หมั้น(K1 visa Fiancée) หรือวีซ่าแต่งงาน (K3 visa Marriage) แม้ว่า พวกเราจะสามารถช่วยนักกฎหมายที่มีปัญญาหาในการเตรียมการเพื่อการพิจารณาที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์การขอวีซ่าที่ผ่านมาสุภาษิตโบราณที่ว่าการป้องกันเพียงนิดเดียว มีกำลังมากกว่าการเยียวยามากมาย (กันไว้ก่อนดีกว่าแก้) คงจะถูกนำมาใช้ สำนักกฎหมายและทนายความในประเทศไทยด้านคนเข้าเมืองอเมริกา สามารถให้ข้อมูลวีซ่าและแนะนำล่วงหน้าได้ ก่อนที่จะมีปัญหาเกิดขึ้น