การหย่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง และนอกจากนั้นยังอาจส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์ต่อองค์กรอื่นๆที่แวดล้อมทั้งสองฝ่ายอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เป็นการสมรสระหว่างชาวไทย กับชาวต่างชาติ หรือในกรณีที่เป็นการสมรสในต่างประเทศ เนื่องจากแต่ละประเทศมีหลักเกณฑ์ในการหย่าที่แตกต่างกัน จึงถือได้ว่าเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนมาก ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจหย่า ควรปรึกษากับทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรงทางด้านการหย่า
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง :
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ : กำหนดเหตุหย่าไว้ใน มาตรา 1516 หลายกรณีด้วยกัน ได้แก่ กรณีที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนอกใจ ประพฤติชั่วทำให้อีกฝ่ายอับอาย ถูกเกลียดชัง หรือเสียหาย ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจของอีกฝ่าย จงใจละทิ้งไปเกิน 1 ปี ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี เป็นคนสาบสูญ ไม่อุปการะเลี้ยงดูคู่สมรส วิกลจริตเกิน 3 ปี ผิดทัณฑ์บนเรื่องความประพฤติ เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ไม่สามารถร่วมประเวณีได้ตลอดไป
หากคู่สมรสใดมีกรณีตามที่กล่าวข้างต้นย่อมมีสิทธิใช้เป็นเหตุในการฟ้องหย่าอีกฝ่ายหนึ่งได้ อย่างไรก็ตาม การหย่าจะต้องดูก่อนว่าคู่สมรสได้ทำการจดทะเบียนสมรสที่ประเทศใด ถ้าจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย การหย่าต้องเป็นไปตามกฎหมายไทย ถ้าจดทะเบียนในต่างประเทศก็ต้องบังคับตามกฎหมายของประเทศนั้น
1.จดทะเบียนสมรสในประเทศไทย
คู่สมรสที่ต้องการหย่าสามารถไปขอจดทะเบียนหย่าที่ได้สำนักงานเขตทุกเขต หรือ ที่ว่าการอำเภอทุกจังหวัด
2.จดทะเบียนสมรสต่างประเทศ
เงื่อนไขหรือวิธีการในการหย่าจะขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศนั้น โดยในกรณีที่จดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศแต่ต้องการหย่าที่ประเทศไทย จะต้องมีการบันทึกการสมรสที่ประเทศไทยก่อน เพื่อเป็นหลักฐานว่าทั้งคู่ได้ทำการสมรสกันจริงที่ต่างประเทศ
ซึ่งนอกจากกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้วยังมีกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น กฎหมายขัดกัน กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล กฎหมายสัญชาติ เป็นต้น
สถานที่ทำการหย่า :
ในประเทศไทย :
ในกรุงเทพฯ : สำนักงานเขต
ในต่างจังหวัด : ที่ว่าการอำเภอ
ในต่างประเทศ : สถานทูตไทยประจำประเทศนั้น
สิ่งที่ต้องเตรียม :
ควรจะพยายามรวบรวมเอกสาร และหลักฐานต่างๆที่เป็นส่วนตัวของคุณทั้งคู่ และที่เป็นของคุณทั้งสองคนร่วมกัน เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตรของบุตร ใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ บัญชีธนาคาร หลักฐานการเสียภาษี รูปถ่ายร่วมกัน เป็นต้น