Archive for the ‘Marriage’ Category

ผมจดทะเบียนสมรสกับภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อหลายปีก่อนผมได้รับมรดกจากแม่ของผมเป็นที่ดินหลายไร่ ผมกับภรรยาระหองระแหงกันมาหลายปี ตกลงกันว่าจะไปจดทะเบียนหย่าที่ว่าการอำเภอ ผมมีความสงสัยว่าที่ดินดังกล่าวผมจะต้องแบ่งกับภรรยาของผมคนละครึ่งหรือไม่ครับ

Saturday, August 1st, 2009

คำถาม: ผมจดทะเบียนสมรสกับภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อหลายปีก่อนผมได้รับมรดกจากแม่ของผมเป็นที่ดินหลายไร่ ผมกับภรรยาระหองระแหงกันมาหลายปี ตกลงกันว่าจะไปจดทะเบียนหย่าที่ว่าการอำเภอ ผมมีความสงสัยว่าที่ดินดังกล่าวผมจะต้องแบ่งกับภรรยาของผมคนละครึ่งหรือไม่ครับ

คำตอบ: โดยปกติแล้วทรัพย์สินที่เกิดขึ้นในระหว่างการสมรสจะเป็นสินสมรส เว้นแต่สามีและภรรยามีการทำข้อตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ในส่วนทรัพย์สินที่คู่สมรสมีอยู่ก่อนสมรส เครื่องใช้สอยส่วนตัว หรือที่ได้รับมรดกหรือรับการให้โดยเสน่หา เหล่านี้เป็นสินส่วนตัว สินส่วนตัวดังกล่าวจะไม่เปลี่ยนเป็นสินสมรส เว้นแต่สามีและภรรยาทำข้อตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น กรณีของคุณเป็นที่ดินจากการรับมรดก หากคุณไม่ได้ทำข้อตกลงกับภรรยาของคุณไว้เป็นอย่างอื่น ที่ดินย่อมตกเป็นสินส่วนตัวของคุณ เมื่อคุณจดทะเบียนหย่ากับภรรยาของคุณ ที่ดินดังกล่าวไม่จำเป็นต้องแบ่งกับภรรยาอย่างสินสมรส อย่างไรก็ตามคุณควรขอคำปรึกษาจากสำนักงานกฎหมายที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการหย่าและสินสมรส

ดิฉันจะแต่งงานกับแฟนสิ้นปีนี้ค่ะ เราคุยกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกัน แต่ดิฉันยังอยากใช้ นางสาว นำหน้าชื่อค่ะ เพื่อความจำเป็นในหน้าที่การงานของดิฉัน ไม่ทราบว่าดิฉันจะมีทางอื่นอีกมั๊ยคะ ที่จะใช้นางสาว นอกจากไม่ต้องไปจดทะเบียนสมรส

Thursday, November 6th, 2008

คำถาม : ดิฉันจะแต่งงานกับแฟนสิ้นปีนี้ค่ะ เราคุยกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกัน แต่ดิฉันยังอยากใช้ นางสาว นำหน้าชื่อค่ะ เพื่อความจำเป็นในหน้าที่การงานของดิฉัน ไม่ทราบว่าดิฉันจะมีทางอื่นอีกมั๊ยคะ ที่จะใช้นางสาว นอกจากไม่ต้องไปจดทะเบียนสมรส

คำตอบ : ยินดีด้วยนะคะที่คุณจะแต่งงานในสิ้นปีนี้ และขอแสดงความยินดีอีกเรื่องนะคะ คือคุณสามารถใช้คำนำหน้านามเป็น นางสาว ได้ตามความสมัครใจของคุณ โดยไม่ต้องเปลี่ยนเป็นนางหลังจากจดทะเบียนสมรส เพราะปัจจุบันได้มีการแก้ไขกฎหมายในส่วนของคำนำหน้านาม หรือในกรณีที่มีการหย่าร้างทำให้การสมรสสิ้นสุดลง ฝ่ายหญิงจะใช้คำนำหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ตามใจสมัคร โดยแจ้งต่อนายทะเบียนในเวลาจดทะเบียนสมรส ณ สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอค่ะ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2551 เป็นต้นไป เหตุผลที่มีการแก้ไขกฎหมายในส่วนของคำนำหน้านามหญิงนั้น เนื่องมาจากก่อนหน้านี้การใช้คำนำหน้านามคำเดียวของหญิง โดยมิอาจเลือกได้ตามความสมัครใจนั้น อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อหญิงในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น การประกอบอาชีพ หรือการทำนิติกรรมต่างๆ ซึ่งทำให้คำนำหน้านามของหญิงเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม เพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ จึงเห็นสมควรให้หญิงมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจได้ ซึ่งเป็นการสอดคล้องกับการเลือกใช้นามสกุลด้วยค่ะ ดังนั้นถ้าคุณจะแต่งงานสิ้นปีนี้ คุณสามารถใช้คำนำหน้านามเป็นนางสาวได้ แม้ว่าจะจดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้วค่ะ

ดิฉันอยู่กินกับแฟนชาวต่างชาติที่ต่างประเทศ และอยากจะจดทะเบียนสมรสค่ะ ดิฉันอยากทราบว่าจะจดทะเบียนสมรสที่สถานทูตไทยในต่างประเทศได้มั้ยคะ หรือควรจดทะเบียนสมรสในประเทศที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันดี ?

Saturday, November 1st, 2008

คำถาม : ดิฉันอยู่กินกับแฟนชาวต่างชาติที่ต่างประเทศ และอยากจะจดทะเบียนสมรสค่ะ  ดิฉันอยากทราบว่าจะจดทะเบียนสมรสที่สถานทูตไทยในต่างประเทศได้มั้ยคะ หรือควรจดทะเบียนสมรสในประเทศที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันดี ?  
คำตอบ : คุณสามารถจดทะเบียนสมรสที่สถานทูตไทยได้ค่ะ โดยการสมรสจะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายไทย เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1459 กำหนดว่า การสมรสในต่างประเทศระหว่างคนที่มีสัญชาติไทยด้วยกัน หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย จะทำตามแบบที่กำหนดไว้ตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายแห่งประเทศนั้นก็ได้ 
ในกรณีที่คู่สมรสประสงค์จะจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ให้พนักงานทูตหรือกงสุลไทยเป็นผู้รับจดทะเบียน กรณีดังกล่าว ถึงแม้ว่าจะจดทะเบียนสมรสได้ที่สถานทูตไทยในต่างประเทศ  และมีผลตามกฎหมายไทยก็ตาม ก็จะต้องมีการเช็คว่าการสมรสนั้นถูกต้องตามกฎหมายต่างประเทศด้วยหรือไม่ เพราะ หากตามกฎหมายของต่างประเทศไม่รับรองว่า การสมรสนั้นถูกต้องตามกฎหมายแล้ว อาจจะทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายครอบครัว และการขอวีซ่า เป็นต้น

ดิฉันเป็นแฟนกับชาวต่างชาติ แล้วแฟนอยากจะจดทะเบียนสมรสกับดิฉันในประเทศไทย อยากทราบว่าดิฉันและแฟนจะต้องเตรียมตัวยังไงบ้างคะ

Sunday, October 12th, 2008

คำถาม : ดิฉันเป็นแฟนกับชาวต่างชาติ แล้วแฟนอยากจะจดทะเบียนสมรสกับดิฉันในประเทศไทย อยากทราบว่าดิฉันและแฟนจะต้องเตรียมตัวยังไงบ้างคะ

คำตอบ : สำหรับฝ่ายชาย ต้องดำเนินการขอหนังสือรับรองความเป็นโสดจากสถานทูตของเขา และต้องมีการแปลเอกสารเป็นภาษาไทย ซึ่งรับรองการแปลโดยกระทรวงการต่างประเทศค่ะ  สำหรับฝ่ายหญิง ต้องเตรียมเอกสารส่วนตัว เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน เป็นต้น

ดิฉันจะแต่งงานกับแฟนสิ้นปีนี้ค่ะ เราคุยกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกัน แต่ดิฉันยังอยากใช้ นางสาว นำหน้าชื่อค่ะ เพื่อความจำเป็นในหน้าที่การงานของดิฉัน ไม่ทราบว่าดิฉันจะมีทางอื่นอีกมั๊ยคะ ที่จะใช้นางสาว นอกจากไม่ต้องไปจดทะเบียนสมรส

Wednesday, June 4th, 2008

คำถาม : ดิฉันจะแต่งงานกับแฟนสิ้นปีนี้ค่ะ เราคุยกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกัน แต่ดิฉันยังอยากใช้ นางสาว นำหน้าชื่อค่ะ เพื่อความจำเป็นในหน้าที่การงานของดิฉัน ไม่ทราบว่าดิฉันจะมีทางอื่นอีกมั๊ยคะ ที่จะใช้นางสาว นอกจากไม่ต้องไปจดทะเบียนสมรส
คำตอบ : ยินดีด้วยนะคะที่คุณจะแต่งงานในสิ้นปีนี้ และขอแสดงความยินดีอีกเรื่องนะคะ คือคุณสามารถใช้คำนำหน้านามเป็น นางสาว ได้ตามความสมัครใจของคุณ โดยไม่ต้องเปลี่ยนเป็นนางหลังจากจดทะเบียนสมรส เพราะปัจจุบันได้มีการแก้ไขกฎหมายในส่วนของคำนำหน้านาม หรือในกรณีที่มีการหย่าร้างทำให้การสมรสสิ้นสุดลง ฝ่ายหญิงจะใช้คำนำหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ตามใจสมัคร โดยแจ้งต่อนายทะเบียนในเวลาจดทะเบียนสมรส ณ สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอค่ะ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2551 เป็นต้นไป เหตุผลที่มีการแก้ไขกฎหมายในส่วนของคำนำหน้านามหญิงนั้น เนื่องมาจากก่อนหน้านี้การใช้คำนำหน้านามคำเดียวของหญิง โดยมิอาจเลือกได้ตามความสมัครใจนั้น อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อหญิงในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น การประกอบอาชีพ หรือการทำนิติกรรมต่างๆ ซึ่งทำให้คำนำหน้านามของหญิงเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม เพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ จึงเห็นสมควรให้หญิงมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจได้ ซึ่งเป็นการสอดคล้องกับการเลือกใช้นามสกุลด้วยค่ะ ดังนั้นถ้าคุณจะแต่งงานสิ้นปีนี้ คุณสามารถใช้คำนำหน้านามเป็นนางสาวได้ แม้ว่าจะจดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้วค่ะ

ดิฉันเคยแต่งงานมาแล้ว สามีคนแรกเป็นคนไทยค่ะ มีลูกด้วยกัน 1 คน ตอนนี้เราหย่ากันเรียบร้อยแล้ว ดิฉันแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับแฟนใหม่เป็นชาวต่างชาติ และมีลูกด้วยกันอีก 1 คน ลูกถือสองสัญชาติ คือไทย-อเมริกัน ตอนที่หย่ากับสามีคนแรก เขาให้บ้าน 1 หลัง หลังจากหย่าดิฉันก็ขายบ้านไป เงินที่ได้ก็ฝากธนาคารเก็บไว้ให้ลูกคนแรกที่เกิดกับสามีเก่า ดิฉันอยากทราบว่าเงินที่ดิฉันขายบ้านได้เป็นสินสมรสหรือเปล่าคะ

Wednesday, May 14th, 2008

คำถาม : ดิฉันเคยแต่งงานมาแล้ว สามีคนแรกเป็นคนไทยค่ะ มีลูกด้วยกัน 1 คน ตอนนี้เราหย่ากันเรียบร้อยแล้ว ดิฉันแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับแฟนใหม่เป็นชาวต่างชาติ และมีลูกด้วยกันอีก 1 คน ลูกถือสองสัญชาติ คือไทย-อเมริกัน ตอนที่หย่ากับสามีคนแรก เขาให้บ้าน 1 หลัง หลังจากหย่าดิฉันก็ขายบ้านไป เงินที่ได้ก็ฝากธนาคารเก็บไว้ให้ลูกคนแรกที่เกิดกับสามีเก่า ดิฉันอยากทราบว่าเงินที่ดิฉันขายบ้านได้เป็นสินสมรสหรือเปล่าคะ
คำตอบ : การจดทะเบียนหย่าทำให้การสมรสสิ้นสุดลง ดังนั้นทรัพย์สินที่ได้มาหลังจากจดทะเบียนหย่าจึงเป็นสินส่วนตัว และเป็นทรัพย์สินที่ได้มาก่อนจดทะเบียนแต่งงานกับสามีคนปัจจุบัน คุณจึงมีสิทธิที่จะขายหรือให้ทรัพย์สินดังกล่าวให้กับลูกที่เกิดจากสามีเก่าของคุณได้

ดิฉันไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันและได้ร่วมกันทำมาหากินโดยการปล่อยเงินกู้ ซื้อขายที่ดินและเป็นนายหน้าขายที่ดิน ถ้าภริยาเปิดบัญชีเงินฝากประจำในชื่อของภรรยา อยากทราบว่าสามีจะมีสิทธิในเงินส่วนนี้หรือไม่คะ

Monday, March 10th, 2008

คำถาม : ถ้าสามีและภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันและได้ร่วมกันทำมาหากินโดยการปล่อยเงินกู้ ซื้อขายที่ดินและเป็นนายหน้าขายที่ดิน ถ้าภริยาเปิดบัญชีเงินฝากประจำในชื่อของภรรยา อยากทราบว่าสามีจะมีสิทธิในเงินส่วนนี้หรือไม่

แสดงความคิดเห็น :  เงินในบัญชีเงินฝากประจำของภรรยาที่ทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินฉันสามีภรรยา แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ทั้งสามีและภรรยาต่างก็มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในเงินดังกล่าวคนละครึ่งค่ะ

ดิฉันจดทะเบียนสมรสกับสามีเมื่อ 2 ปีก่อน พ่อของดิฉันพึ่งเสียชีวิตเมื่อปีที่แล้ว และดิฉันได้รับมรดกจากพ่อ ดิฉันต้องยกมรดกให้สามีด้วยรึเปล่าคะ

Friday, March 7th, 2008

คำถาม : ดิฉันจดทะเบียนสมรสกับสามีเมื่อ 2 ปีก่อน พ่อของดิฉันพึ่งเสียชีวิตเมื่อปีที่แล้ว และดิฉันได้รับมรดกจากพ่อ ดิฉันต้องยกมรดกให้สามีด้วยรึเปล่าคะ

แสดงความคิดเห็น : ทรัพย์สินที่ได้รับมาโดยทางมรดก ย่อมเป็นสินส่วนตัวของผู้ได้รับมรดก แต่หากได้รับมรดกโดยทางพินัยกรรมและในพินัยกรรมระบุว่าให้เป็นสินสมรส ทรัพย์มรดกนั้นจึงจะเป็นสินสมรส

บิดายกที่ดินและบ้านให้ดิฉันก่อนที่ดิฉันจะจดทะเบียนสมรสกับสามี ตอนนี้สามีโดนฟ้องเพราะผิดนัดชำระหนี้ ดิฉันจะทำอย่างไรดีคะ

Friday, March 7th, 2008

คำถาม : บิดายกที่ดินและบ้านให้ดิฉันก่อนที่ดิฉันจะจดทะเบียนสมรสกับสามี แต่ในระหว่างนั้นดิฉันก็อยู่กินกับสามีมาก่อนแล้ว และได้ทำกินและอาศัยในบ้านดังกล่าวตลอดมา ตอนนี้สามีโดนฟ้องเพราะผิดนัดชำระหนี้ ดิฉันเกรงว่าที่ดินและบ้านที่บิดายกให้จะถูกยึดเพื่อบังคับคดี ดิฉันจะทำอย่างไรดีคะ

แสดงความคิดเห็น : การที่บิดายกที่ดินและบ้านให้แก่คุณในระหว่างที่คุณอยู่กินกับสามี ก่อนที่จะจดทะเบียนสมรสกันนั้น เช่นนี้ถือว่าที่ดินและบ้านนี้เป็นสินส่วนตัวของคุณ เพราะได้มาก่อนสมรส และแม้ว่าจะร่วมกันเป็นเจ้าของก่อนสมรส ก็ไม่ทำให้ทรัพย์สินนั้นกลายเป็นสินสมรสเมื่อได้มีการจดทะเบียนกันแม้ว่าที่ดินจะเป็นเพียงการยกสิทธิครอบครองให้โดยไม่ทำเป็นหนังสือ และได้ทำกินและอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านตลอดมา ก็ถือไม่ได้ว่าสามีเป็นเจ้าของร่วมกับคุณด้วย เพราะการที่สามีทำกินและอาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านร่วมกับคุณเนื่องจากอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาเช่นนี้ ย่อมไม่อาจถือได้ว่าสามีได้เปลี่ยนเจตนาหรือลักษณะแห่งการครอบครองเป็นการยึดถือเพื่อตนอันทำให้สามีเกิดสิทธิครอบครองในทรัพย์สิน  ดังนั้น สามีจึงไม่อาจนำยึดที่ดินดังกล่าวมาเพื่อชำระหนี้ได้

สินสมรสของสามีภรรยาที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง

Tuesday, March 4th, 2008

คำถาม : ขอสอบถามค่ะ ดิฉันชื่อกุ๊กค่ะพอดีดิฉันคบกับแผนมาหลายปีแล้ว เขาลงทุนเปิดร้านอาหารให้ดิฉันแล้วเขาก็ช่วยดูแลร้านบ้าง บ้านที่เรา 2 คนอยู่ตอนนี้ก็ช่วยกันเก็บเงินที่ทำร้านอาหารมาผ่อนด้วยกัน แต่ 2 เดือนก่อนเขาบอกว่าเขาเคยแต่งงานที่ต่างประเทศ และเขาจะต้องกลับไปหาครอบครัวของเขา อย่างงี้ดิฉันมีสิทธิในร้านอาหารและบ้านหลังนี้บ้างมั้ยค่ะ 

แสดงความคิดเห็น : เรียนคุณกุ๊ก ถ้าคุณสองคนจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฏหมายร้านอาหารและบ้านของคุณ ก็ถือว่าเป็นสินสมรสเมื่อหย่ากันคุณย่อมมีสิทธิในร้านอาหารและบ้านคนละครึ่งกับแฟนคุณค่ะ แต่ถ้าคุณไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ร้านอาหารและบ้านถือเป็นกรรมสิทธิ์รวมค่ะ ซึ่งคุณสองคนมีสิทธิ์คนละครึ่งเท่ากันค่ะ