พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
รังสิต กรมพระชัยนาทนเรนทร
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ให้ไว้ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493
เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าว พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา จึงมีพระบรมราชโองการ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ. 2493 มาตรา 2(1) พระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับเมื่อ พ้นกำหนด สามสิบวัน นับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว พุทธศักราช 2479 พระราชบัญญัติ การทะเบียนคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2481 พระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2481 และพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2483 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ คนต่างด้าว หมายความว่า คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติใบสำคัญประจำตัว หมายความว่า หนังสือประจำตัวของคนต่างด้าว ซึ่งนายทะเบียน ได้ออกให้ ตามพระราชบัญญัตินี้
นายทะเบียน หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
เจ้าบ้าน หมายความถึงบุคคลซึ่งครอบครองบ้านในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้เช่า หรือในฐานะ อย่างอื่นใดก็ตาม ในกรณี ที่เจ้าบ้าน ไม่อยู่ ควบคุมบ้านเอง แต่ได้มอบหมาย ให้บุคคลใด ควบคุมอยู่ ในระหว่าง ที่ควบคุม อยู่นั้น ให้ถือว่า ผู้ควบคุมเท่านั้นเป็นเจ้าบ้านรัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 5 คนต่างด้าวที่มีอายุตั้งแต่สิบสองปีบริบูรณ์ขึ้นไป ที่อยู่ในราชอาณาจักร ต้องมีใบสำคัญประจำตัว มาตรา 6 การขอใบสำคัญประจำตัว ให้ทำเป็นเรื่องราว พร้อมด้วยรูปถ่าย สามรูป ยื่นต่อนายทะเบียนในท้องที่ที่ คนต่างด้าวนั้นมีภูมิลำเนา ตามแบบพิมพ์ และวิธีการ ที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 7 คนต่างด้าวที่มีอายุสิบสองปีบริบูรณ์ หรือ คนต่างด้าวที่ ได้รับอนุญาตให้ เป็นคนเข้าเมือง ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองแล้ว ให้ไปขอ ใบสำคัญประจำตัว ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่มี อายุสิบสองปีบริบูรณ์ หรือ วันที่รับอนุญาต ให้เป็นคนเข้าเมือง แล้วแต่กรณี เฉพาะในกรณีหลัง ให้แจ้งด้วยว่า ได้นำคนต่างด้าว อายุต่ำกว่า สิบสองปีมาด้วยกี่คน ถ้ามี เพื่อนายทะเบียนจะได้จดลงไว้ในใบสำคัญประจำตัว มาตรา 8 คนสัญชาติไทยผู้เสียไปซึ่งสัญชาติไทยไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ไปขอใบสำคัญประจำตัวจากนายทะเบียนในท้องที่ที่ตนอยู่ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รู้หรือควรรู้ว่าตนได้เสียไปซึ่งสัญชาติไทย มาตรา 9 เมื่อนายทะเบียนได้ตรวจเรื่องราวขอใบสำคัญประจำตัวเห็นเป็นการถูกต้องแล้ว ให้นายทะเบียนออกใบสำคัญประจำตัวให้ ใบสำคัญประจำตัวให้มีลักษณะ ขนาด และรายการตามที่ กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งอย่างน้อยให้มีรายการแสดงชื่อ วันเดือนปีเกิด อาชีพ สัญชาติ และที่อยู่ พร้อมด้วยรูปถ่ายของคนต่างด้าวนั้น และลงลายมือชื่อนายทะเบียนไว้ด้วย มาตรา 10 ใบสำคัญประจำตัวนั้น ให้มีกำหนดอายุดังนี้ในการออกใบแทนใบสำคัญประจำตัวในกรณีใบสำคัญประจำตัวชำรุด หรือสูญหาย ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามอัตราซึ่งกำหนดในกฎกระทรวง แต่ไม่เกินสองร้อยบาท
มาตรา 12(2) คนต่างด้าวคนใดย้ายภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ ให้นำ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวไปแจ้งต่อนายทะเบียนท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เดิม เพื่อจดข้อความลงไว้ในใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของผู้นั้น ก่อนที่จะย้ายไป และให้แจ้งต่อ นายทะเบียนท้องที่ ที่เข้าไปอยู่ใหม่ ภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่วันไปถึง แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า สามสิบวันนับแต่วันแจ้งย้ายไปมาตรา 13 ใบสำคัญประจำตัวของผู้ใดหมดอายุหรือชำรุดในส่วนสำคัญหรือสูญหาย ให้แจ้งต่อ นายทะเบียนท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่หมดอายุหรือทราบว่าชำรุดหรือสูญหาย เพื่อขอต่ออายุหรือขอใบแทนใบสำคัญประจำตัวใหม่ แล้วแต่กรณี
มาตรา 14 ผู้มีใบสำคัญประจำตัว ถ้าได้มีการเปลี่ยนแปลงสัญชาติ หรือเปลี่ยนอาชีพ ชื่อตัว ชื่อรองหรือชื่อสกุล ให้นำใบสำคัญประจำตัวแจ้งต่อนายทะเบียนที่ตนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้น แล้วแต่กรณี
มาตรา 15 ผู้ใดเป็นผู้อนุบาลคนต่างด้าวซึ่งเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเป็นผู้ปกครองหรือผู้แทน โดยชอบธรรมของคนต่างด้าวซึ่งเป็นผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่าสิบหกปีบริบูรณ์ผู้นั้นมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามความในพระราชบัญญัตินี้เพื่อคนต่างด้าวนั้น
มาตรา 16 พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่คนต่างด้าวดังต่อไปนี้
(1)
ผู้เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างในรัฐบาลไทย
โดยมีหนังสือ สัญญาต่อกัน
ตลอดเวลาที่
หนังสือสัญญานั้นมีผลบังคับ
(2)
ผู้ซึ่งรัฐบาลต่างประเทศได้แจ้งแก่รัฐบาลว่า
เข้ามาในราชการ
และครอบครัวของบุคคลที่กล่าวนี้
ตลอดเวลาที่ผู้นั้นอยู่เพื่อปฏิบัติราชการ
(3)
ผู้ถือเอกสารเดินทางซึ่งออกให้โดยองค์การสหประชาชาติและ
เอกสารนั้นยังสมบูรณ์อยู่
(4)
บุคคลที่ไม่นับเข้าเป็นคนเข้าเมืองตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
คนต่างด้าวซึ่ง
ได้รับความยกเว้น
ดังกล่าวข้างต้น
ถ้าประสงค์จะ
ขอรับใบสำคัญประจำตัว
ก็ให้ส่งรูปถ่าย
ของตนต่อนายทะเบียน
และให้นายทะเบียน
ออกใบสำคัญประจำตัวให้
ในกรณีเช่นว่านี้
คนต่างด้าวนั้น
ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
และไม่จำต้องปฏิบัติตามบทแห่ง
พระราชบัญญัตินี้
ในส่วนที่ว่าด้วย
ใบสำคัญประจำตัว
มาตรา 17 คนต่างด้าวซึ่งต้องมีใบสำคัญประจำตัว ต้องมีใบสำคัญประจำตัวติดตัวหรือเก็บไว้ในลักษณะซึ่งจะแสดงต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้เสมอในเมื่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเรียกร้องให้แสดง
มาตรา 18 ใบสำคัญประจำตัวของผู้ต้องเนรเทศออกนอกราชอาณาจักร ตามกฎหมายว่าด้วยการเนรเทศ หรือของผู้ที่ต้องถูกส่งกลับตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือของผู้ออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ออกไปชั่วคราวโดยได้รับอนุญาตให้กลับนั้น ให้เป็นอันเพิกถอนและให้คนต่างด้าวนั้นส่งใบสำคัญประจำตัว คืนนายทะเบียน
ใบสำคัญประจำตัวของคนต่างด้าวที่ตาย ให้ผู้ครอบครองหรือผู้พบส่งคืนนายทะเบียน
มาตรา 19 ในเขตหรือกรณีใด ซึ่งรัฐมนตรี เห็นเป็นการสมควรที่จะ ผ่อนผัน หรือ ยกเว้นค่าธรรมเนียม หรือการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ ก็ให้รัฐมนตรี มีอำนาจ ที่จะผ่อนผัน หรือยกเว้น ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีพิเศษเฉพาะรายบุคคล รัฐมนตรีจะผ่อนผัน หรือ ยกเว้นค่าธรรมเนียม หรือการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ ก็ได้ ตามแต่จะเห็นสมควร
มาตรา 20(1) ผู้ใดไม่มีใบสำคัญประจำตัวตามความในมาตรา 5 หรือไม่ต่ออายุใบสำคัญประจำตัวที่หมดอายุแล้วตามความในมาตรา13 หรือ ละเลยไม่ปฏิบัติตาม ความในมาตรา 7 มีความผิด ต้องระวางโทษปรับเป็นรายปี ปีละไม่เกิน ห้าร้อยบาท ตลอดเวลา ที่ไม่ปฏิบัติดังกล่าวแล้ว เศษของปีให้นับเป็นหนึ่งปี
มาตรา 21(2) ผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติตามความในมาตรา 8 มีความผิด ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าร้อยบาท
มาตรา 22(3) ผู้ใดละเลยไม่ขอใบแทนใบสำคัญประจำตัวที่ชำรุดหรือ สูญหาย ตามความ ในมาตรา 13 หรือไม่ปฏิบัติตามความในมาตรา 12 มาตรา 14 มาตรา 17 หรือมาตรา 18 มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา 23
ผู้ใดมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อคนต่างด้าวตามความในมาตรา
15 และ ผู้นั้นละเลยไม่ปฏิบัติ
มีความผิดต้องระวางโทษ
ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา
20 หรือมาตรา 22 แล้วแต่กรณี
ผู้ไร้ความสามารถหรือผู้เยาว์ซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบหกปีบริบูรณ์
ไม่ต้องรับอาญา ในความผิด
ต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
เฉพาะในกรณีที่
มีผู้อนุบาล หรือผู้ปกครอง
หรือผู้แทนโดยชอบธรรม
มาตรา 24 ใบสำคัญประจำตัวของคนต่างด้าวที่มีอยู่แล้วก่อนวันใช้บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้ได้ต่อไปจนหมดอายุของใบสำคัญประจำตัวนั้น
มาตรา 25 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป.พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
พระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2)
พ.ศ.2495 (มาตรา 7)
มาตรา 7 ใบสำคัญประจำตัวของคนต่างด้าว ซึ่งมีอยู่แล้วก่อนวันใช้บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้ได้ต่อไปจนหมดอายุใบสำคัญประจำตัวนั้น เว้นแต่ผู้ใดถือใบสำคัญประจำตัวชนิดที่ 2 ตามความในมาตรา 10 แห่ง พระราชบัญญัติ การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.2493 ผู้นั้นต้องนำเงิน ค่าธรรมเนียม ไปชำระเพิ่มเติม ให้ครบจำนวนสำหรับ ระยะปีต่อไปที่ยังเหลืออยู่ ภายหลังวันใช้บังคับ แห่งพระราชบัญญัตินี้ และให้นำความในมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติ
การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.2493 มาใช้บังคับแก่กรณีดังกล่าวนี้
พระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2)
พ.ศ.2495 (มาตรา 8)
มาตรา 8 ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หากกำหนดโทษปรับอย่างเดียว ให้อธิบดีกรมตำรวจ หรือ ผู้แทนมีอำนาจ สั่งเปรียบเทียบได้
พระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว (ฉบับที่ 3)
พ.ศ.2497
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่คนต่างด้าว ไม่สนใจในเรื่องแจ้งย้ายต่อ
นายทะเบียนคนต่างด้าวตามที่กฎหมายได้ระบุไว้ เป็นเหตุให้ การควบคุมไม่รัดกุม และได้ผลเพียงพอตามความมุ่งหมาย ของทางราชการ ในระยะเวลาที่ กฎหมายเดิมได้บัญญัติไว้ ให้แจ้งย้ายภายใน กำหนด 7 วันนั้น เห็นว่าเป็นระยะห่าง เกินไปกว่าที่จะ ติดตามตัว ได้ทันท่วงที เมื่อจำเป็น จึงให้กำหนด แจ้งย้าย หรือแจ้งให้ ทราบภายในกำหนด 48 ชั่วโมง นับแต่วันที่ ไปถึง ท้องที่ใหม่
ผู้รับสนองพระราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
ภาษาไทย
/ ENGLISH
/ หน้าแรก
email us
![]()
ถ้าเหนื่อยๆ ก็ click
ที่ web สบายๆ
แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น